ข่าวสาร

ส่าไข้ในเด็กเล็ก

ไข้หัดกุหลาบ

ไข้หัดกุหลาบหรือส่าไข้ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า2ปี เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนเฮอร์ปีส์ชนิดที่ 6 (Human Herpesvirus Type 6) และไวรัสฮิวแมนเฮอร์ปีส์ชนิดที่ 7 (Human Herpesvirus Type 7) ลักษณะผื่นที่พบเป็นผื่นสีชมพูคล้ายสีดอกกุหลาบ ผื่นมีขนาด 1-3 มิลลิเมตร มักพบที่ลำตัวแล้วกระจายไปยังหน้า แขน ขา โดยผื่นอาจมีอยู่ไม่กี่ชั่วโมง หรือนาน 2-3 วันแล้วหายไป อาจพบจุดแดงเล็กๆที่เพดานอ่อนและลิ้นไก่ รวมทั้งอาจมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตได้ด้วย โรคไม่มียารักษาที่จำเพาะ สามารถหายได้เองและยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง หลังไข้ลงเด็กจะสบายดี ในช่วงที่มีไข้สูง ควรเช็ดตัวและให้รับประทานยาลดไข้ เนื่องจากอาจพบอาการแทรกซ้อนทางสมองได้

ภาวะแทรกซ้อนของส่าไข้

1.อาจทำให้เกิดอาการชักจากไข้นานประมาณ 2-3 นาที ซึ่งเป็นภาวะแซกซ้อนที่พบได้ประมาณ 6-15% ของผู้ป่วยส่าไข้ (โดยเฉพาะในเด็กอายุ 12-15 เดือน) และนับเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของทารกที่มีอาการชักจากไข้

2.อาจมีสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตับอักเสบ หรือภาวะเกร็ดเลือดต่ำแทรกซ้อน ซึ่งพบได้น้อยมาก

3.ในเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ ตับอักเสบ ไขกระดูกไม่ทำงาน เป็นต้น

สิ่งที่ตรวจพบในผู้ป่วยส่าไข้

1.ในระยะก่อนผื่นขึ้นจะพบไข้สูงประมาณ 39.5-40.5 องศาเซลเซียส

2.อาจตรวจพบต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณหลังหู ท้ายทอย หนังตาบวมเล็กน้อย เยื่อบุตาแดง

3.ในระยะที่ไข้ลดลงแล้วจะพบผื่นราบสีแดงขนาดประมาณ 2-5 มิลลิเมตร ที่ลำตัวและแขน ผื่นบางจุดอาจมีลักษณะนูนเล็กน้อยหรืออาจมีวงสีแดงจางๆอยู่รอบๆผื่นแดง

 

วิธีรักษาส่าไข้

เมื่อเด็กมีไข้สูงมากต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เนื่องจากการที่มีไข้สูงเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ แต่ถ้าได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆสำหรับโรคส่าไข้นี้จัดเป็นโรคที่หายได้เอง เนื่องจากเกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่มียาที่ใช้รักษาโดยตรง การรักษาจึงเป็นเพียงแต่การให้ตามรักษาตามอาการ ดังนี้

1.ระวังอย่าให้มีไข้สูงมาก เพราะเด็กอาจเกิดอาการชักจากไข้ได้ ด้วยการ ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดตัวบ่อยๆ โดยให้เช็ดย้อนรอยรูขุมขนและไม่สวมเสื้อผ้าหนาๆหรือห่มผ้าหนาๆจนอบเกินไป เพื่อช่วยระบายความร้อนในร่างกาย

2.ควรดื่มน้ำมากๆ ทีละน้อยแต่บ่อยๆโดยอาจเป็นน้ำ นม หรือน้ำหวานก็ได้ เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย

3.ถ้าเด็กร้องงอแงผู้ปกครองอาจพาอุ้มเดินและตบหลังเบาๆเพื่อช่วยปลอบโยน

4.ถ้าเด็กมีอาการชักร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะให้การดูแลรักษา ในบางรายอาจต้องมีการเจาะเลือดเพื่อหาสาเหตุของการชักว่าไม่ใช่เกิดจาดโรคอื่น เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

5.โรคนี้ไม่ต้องให้ยาต้านไวรัส

6.ในระยะที่มีไข้สูงก่อนผื่นขึ้น แพทย์จะตรวจร่างกายก่อนอย่างถี่ถ้วน เพื่อตรวจสอบว่าเด็กเป็นไข้จากสาเหตุอื่นหรือไม่ หากสงสัยว่ามีสาเหตุมาจากโรคอื่น อาจจำเป็นต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เพื่อสืบหาสาเหตุให้แน่ชัด

7.ในเด็กเล็กที่มีไข้สูง ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบแพทย์เมื่อมีอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรง

 

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก เบอร์โทรศัพท์ : สาขาอโศก 02-2465111

 

                    สาขาปิ่นเกล้า 02-4345222

 

 

 

 

 

 

                     Line @asokeskinhospital