ข่าวสาร

จะดูแลลูกน้อยยังไง?…เมื่อเป็นอีสุกอีใส

จะดูแลลูกน้อยยังไง?…เมื่อเป็นอีสุกอีใส

โรคสุกใสหรืออีสุกอีใส เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา ติดต่อผ่านทางการหายใจ หรือการสัมผัสบริเวณผิวหนังของผู้ป่วย เชื้อไวรัสนี้มักจะระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวถึงฤดูร้อน มีระยะฟักตัว 10-21 วัน อาการนำคือมีไข้ ปวดเมื้อยตามตัว ผื่นเป็นตุ่มแดง และกลายเป็นตุ่มน้ำ ผื่นจะกระจายอย่างรวดเร็ว และมีอาการคัน เมื่อตุ่มน้ำแตก ผื่นจะแห้งลงและเป็นสะเก็ด โดยลักษณะเฉพาะของอีสุกอีใส คือผื่นมีหลายระยะ การวินิจฉัยโดยดูจากลักษณะอาการทางคลินิก

 

ดูแลดี…ไม่มีอาการแทรกซ้อน

การรักษาอีสุกอีใสในเด็กเป็นไปตามอาการ ซึ่งส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายเองได้ แต่ในบางครั้งอาจพบอาการแทรกซ้อนได้ เช่น ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ปอดบวม หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แพทย์จะพิจารณาข้อบ่งชี้ในการให้ยาเพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส เช่น Acyclovir, Famciclovir และ Valacyclovir

สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ เด็กที่มีอายุมากกว่า 12 ปี ที่มีผื่นรุนแรง หรือเป็นอีสุกอีสัยในเด็กเล็กหรือเด็กที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ที่มีภูมิต้านทานร่างกายต่ำได้ยากดภูมิคุ้มกัน ได้ยาเคมีบำบัด หรือเป็นโรคปอด ซึ่งอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการและภาวะแทรกซ้อน ควรได้รับยาโดยเร็ว เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โรคอีสุกอีใสติดต่อได้ง่ายมากหากมีอาการน่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์

 

ความเชื่อที่ว่าอีสุกอีใส ถ้าเป็นแล้วจะไม่เป็นซ้ำอีกจริงหรือไม่

ปกติอีสุกอีใสจะเป็นครั้งเดียว ส่วนใหญ่จะไม่เป็นซ้ำแม้จะพบว่ามีรายงานว่ามีผู้ป่วยที่เป็นอีสุกอีใสครั้งที่สองได้ แต่ก็เป็นส่วนน้อย การฉีดวัคซีนสามารถป้องกันโรคอีสุกอีใสได้

 

เมื่อเป็นอีสุกอีใสแล้ว คนเราจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต ซึ่งเชื้อจะไปหลบซ้อนในปมประสาท เมื่อภูมิต้านทานร่างกายน้อยลง ป่วย หรือไม่สบาย เชื้อดังกล่าวจะทำให้เป็นโรคงูสวัด

 

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน ถ้าหากสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดผู้เป็นโรคอีสุกอีใส ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดดูแอนติบอดี เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถติดจากมารดา ไปสู่ทารกในครรภ์ได้และมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความพิการตั้งแต่กำเนิด การฉีด Varicella-Zoster Immunoglobulin (VZIG) เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันที่รวดเร็ว จะได้ผลภายใน 96 ชั่วโมงหลังสัมผัสผู้ป่วย

 

สำหรับเด็กที่เป็นอีสุกอีไส และมีการรับประทานยาแอสไพรินเพื่อลดไข้สูง อาจทำให้เกิดโรคอาการเรย์ (Reye’s Syndrome) ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง แนะนำให้รับประทานยาลดไข้และเช็ดตัวรับประทานยาแอนติฮิสตามีน เพื่อลดอาการคัน ตัดเล็บให้สั้น และเด็กควรหยุดเรียนจนกว่าผื่นจะหาย

 

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก เบอร์โทรศัพท์ : สาขาอโศก 02-2465111

 

                    สาขาปิ่นเกล้า 02-4345222

 

 

 

 

 

 

 

                     Line @asokeskinhospital