ข่าวสาร

ปานแดงในเด็กสามารถใช้เลเซอร์รักษาได้หรือไม่ ?

ปานแดงในเด็กสามารถใช้เลเซอร์รักษาได้หรือไม่ ?

ปานแดง (Port-Wine Stains) คือ ความผิดปกติของหลอดเลือดที่พบได้ตั้งแต่ช่วงแรกเกิด เป็นผื่นสีแดงอมม่วง รอยโรคจะขยายขนาดตามพื้นที่ผิวของร่างกายและโตขึ้นตามวัย ที่สำคัญคือมันไม่หายเอง การใช้ Pulsed Dye Laser ช่วยทำให้รอยโรคจางลงจนเหมือนสีผิวปกติอาจต้องให้การรักษามากว่า 8-10 ครั้ง สามารถทำได้ในเด็กเล็ก

 

ปานแดงยังแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลัก ได้แก่

1.แซลมอน แพตช์ (Salmon Patch) หรือปานเส้นเลือดแดง (Stork Bites) คือปานออกสีแดงหรือชมพู มีลักษณะเรียบ พบทั่วไป และพบบ่อยถึง 1 ใน 3 ของเด็กแรกเกิด มักปรากฏบริเวณท้ายทอย เปลือกตา หรือหน้าผากบริเวณหว่างคิ้ว โดยทั่วไป ปานจะหายไปเองภายในไม่กี่เดือน แต่ปานที่เกิดขึ้นบนหน้าผากนั้นจะใช้เวลา 4 ปีจึงจะหายไป ส่วนปานที่อยู่บนท้ายทอยจะไม่หายไป

2.ปานสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry Hemangioma) คือจุดสีแดงนูน เล็ก นุ่ม และบีบได้ ส่วนใหญ่จะขึ้นบนใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอกหรือหลัง ทารกแรกเกิดอาจมีปานแดงชนิดนี้ได้ แต่ส่วนมากมักปรากฏขึ้นเมื่อเด็กอายุได้ 1-2 เดือน นอกจากนี้ ปานสตรอว์เบอร์รี่มักฝังลึกอยู่ในผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง ขนาดของปานขยายเร็วในช่วง 6 เดือนแรกก่อนค่อย ๆ หดเล็กลงและหายไปเมื่ออายุประมาณ 7 ปี หากเด็กมีปานแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือขึ้นในตำแหน่งที่ส่งผลต่อการหายใจ การมองเห็น หรือการกิน อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาให้ปานมีขนาดเล็กลงหรือผ่าตัดออก

3.ปานแดงเส้นเลือดฝอย (Port-Wine Stain) คือปานแดงถาวรซึ่งปรากฏเมื่อแรกคลอด มักเริ่มมีสีชมพูหรือแดง และคล้ำเมื่อโตขึ้น ปานมักมีลักษณะใหญ่และเกิดบนใบหน้าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือที่คอ ปานแดงชนิดนี้มีแนวโน้มไวต่อฮอร์โมน กล่าวคือ เห็นได้ชัดเมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงจากการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ตั้งครรภ์ หรือเข้าสู่วัยทอง

 

สัญญาณหรืออาการของปานแดง

ลักษณะของปานแดง มักเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดหรือหลังจากคลอดออกมาแล้วไม่นาน ซึ่งรอยปานจะคล้ายหลอดเลือด ผู้ที่มีปานแดงจะไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือเกิดอาการใด ๆ นอกเหนือไปจากสีผิวที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ปานแดงบางชนิดที่ปรากฏบนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายและส่งผลกระทบต่ออวัยวะอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น ปานสตรอว์เบอร์รี่ที่ขึ้นบริเวณคออาจไปบีบหลอดลม ทำให้หายใจไม่สะดวก หรือหากปานขึ้นที่บริเวณตาหรือหู อาจทำให้ความสามารถทางการมองเห็นและได้ยินลดลง นอกจากนี้ ปานแดงเส้นเลือดฝอยนั้นเกี่ยวข้องกับความผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น เด็กบางรายที่มีปานนี้รอบเปลือกตา มักป่วยด้วย สเตอร์จเวเบอร์ (Sturge-Weber Syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวกับต้อหินอาการชักและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

 

ภาวะแทรกซ้อนของปานแดง

ผู้ที่เกิดปานแดงชนิดปานแดงสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry Hemangioma) และปานแดงเส้นเลือดฝอย (Port-Wine Stain) จะเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนี้

1.ปานแดงสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry Hemangioma) ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากปานแดงชนิดนี้พบได้ไม่บ่อย แต่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ หากปานแดงส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหาร การหายใจ หรือการมองเห็น จำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที เด็กที่มีปานแดงบริเวณตา จมูก ปาก หรือก้น มีแนวโน้มที่จะเกิดการติดเชื้อ หากมีเลือดออกต้องกดห้ามเลือดจนกว่าเลือดจะหยุดไหล และหากปานนั้นทำให้เกิดฝี อาจอักเสบและทำให้เจ็บปวดได้ ควรรักษาความสะอาดและปิดแผลให้เรียบร้อย แผลหายได้ภายใน 2 สัปดาห์ สำหรับเด็กที่มีปานแดงชนิดนี้มากกว่า 5 จุด อาจมีปานแดงขึ้นภายในร่างกาย ควรได้รับการตรวจด้วยอัลตราซาวด์หรือการทำเอ็มอาร์ไอ ทั้งนี้ ปานแดงที่ขึ้นภายในร่างกายจะทำให้ไอหรือหายใจลำบาก เลือดออกปนมากับอุจจาระ ซึ่งอาการไอและหายใจลำบากเป็นสัญญาณของปานแดงที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจ ส่วนอาการเลือดออกปนอุจจาระ อาจหมายถึงมีปานแดงที่ลำไส้

2.ปานแดงเส้นเลือดฝอย (Port-Wine Stain) ผู้ที่มีปานแดงชนิดนี้สามารถเกิดปัญหาสุขภาพซึ่งต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้

3.ต้อหิน ปานแดงที่ปรากฏบริเวณด้านบนและด้านล่างของเปลือกตาข้างเดียวกัน นำไปสู่การเกิดต้อหินได้

4.กลุ่มอาการสเตอร์จเวเบอร์ (Sturge-Weber Syndrome) ปานแดงเส้นเลือดฝอยที่ขึ้นทั่วหน้าผากหรือหนังศีรษะและมีขนาดใหญ่มาก มักส่งผลให้มีอาการป่วยตามกลุ่มอาการนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับดวงตาและสมอง

5.การขยายตัวของเนื้อเยื่ออ่อน สำหรับเนื้อเยื่ออ่อนซึ่งอยู่ใต้ผิวหนังที่เกิดปานแดงเส้นเลือดฝอยมักขยายตัวใหญ่ขึ้นผิดปกติ

6.กลุ่มอาการเกี่ยวกับหลอดเลือดฝอยผิดรูป (Klippel-Trenaunay Syndrome) ผู้ที่มีปานแดงเส้นเลือดฝอยขนาดใหญ่บริเวณแขนขา อาจมีอาการป่วยแบบเดียวกับกลุ่มอาการที่หลอดเลือดฝอยผิดรูปได้

นอกจากนี้ ยังใช้เครื่องเลเซอร์ CO2ในการรักษาไฝ ขี้แมลงวัน หรือหูดบางชนิด รวมถึงการใช้เลเซอร์ที่มีหลักการปล่อยคลื่นแสงที่มีความเข้มข้นและความหนาแน่นสูงในระยะเวลาช่วงสั้นๆ (Q-Switched Laser) เพื่อรักษาปานดำ (Nevus of Ota) ที่จะเข้มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งได้ผลค่อนข้างดี แต่ว่าราคาแพง และปานดำส่วนใหญ่มักอยู่แถวบริเวณเปลือกตา การเลเซอร์จึงค่อนข้างรู้สึกเจ็บ บางรายอาจต้องดมยาสลบก่อนทำเลเซอร์ ดังนั้น การรักษาด้วยการใช้เลเซอร์แบบนี้ จึงมีข้อจำกัดในเด็กเล็ก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วแต่กรณี 

 

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก เบอร์โทรศัพท์ : สาขาอโศก 02-2465111

 

                    สาขาปิ่นเกล้า 02-4345222

 

 

 

 

 

 

 

 

                     Line @asokeskinhospital