ข่าวสาร

กดสิว เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรทำเอง

ทราบกันหรือไม่ เมื่อเกิดสิวขึ้นบริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกาย ด้วยความอยากให้สิวหายไปก็จะกดสิวเองบ้าง

แต่เป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เพราะการกดสิวด้วยตนเอง อาจนำไปสู่ปัญหารอยแดง หลุมสิว หรือทำให้กลายเป็นสิวอักเสบได้

ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและหาแนวทางการรักษาสิวอย่างเหมาะสม 

ไม่ใช่สิวทุกเม็ดจะสามารถกดได้ สิวแต่ละแบบต่างมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

 

การกดสิวในสิวประเภทต่างๆ

1. สิวอุดตัน

สามารถรักษาด้วยการทายาควบคู่ไปกับการกดสิว หากปล่อยไว้นานอาจเกิดการอักเสบ

2. สิวอักเสบ

สามารถรักษาด้วยยาทา บางกรณีแพทย์อาจพิจารณาให้ยารับประทานควบคู่ไปด้วย การกดสิวชนิดนี้แพทย์จะเลือกทำตามความเหมาะสม

3. สิวหัวช้าง

สิวหัวช้างสามารถรักษาด้วยการฉีดยาเพื่อให้ลดการอักเสบ กรณีถ้ามีหัวสิว แพทย์อาจพิจารณาเอาหัวสิวออกร่วมด้วย

อีกทั้งถ้าสิวหัวช้างมีจำนวนมาก แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาเพื่อลดการอักเสบของสิว

 

อาการหลังกดสิว

อาจเกิดรอยแดงประมาณ 2 – 3 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

วิธีการดูแลตนเองหลังกดสิว

      ประการแรก  ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น ยารักษาสิวบางชนิด ยาผลัดเซลล์ผิว

      ประการสอง  สามารถใช้มอยส์เจอไรเซอร์(Moisturizer)เพื่อสร้างความชุ่มชื้นได้ และที่สำคัญควรงดแต่งหน้า

 

คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง

เมื่อเกิดสิว ไม่ควรกด บีบหรือแกะเอง เพราะไม่ใช่สิวทุกเม็ดจะสามารถทำการกดสิวได้ หากกดสิวด้วยวิธีไม่เหมาะสม

หรือผู้ทำขาดความชำนาญ อาจทำให้เกิดสิวอักเสบและแผลเป็นได้

หากต้องการกดสิว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง เหมาะสม