ข่าวสาร

ผิวสวยหน้าใส วัดกันที่ตรงไหน

1. ผิวละเอียด รูขุมขนแคบ

รูขุมขน คือ ช่องออกของขนและไขมัน หากรูขุมขนสกปรก จะทำให้เกิดสิวและปัญหาอื่น แพทย์ผิวหนังจึงมักเน้นเรื่องการทำความสะอาดผิวให้ดี คำว่าหน้าเนียน หน้าใส... จริงๆ แล้วคือผิวที่ละเอียด รูขุมขนไม่กว้าง รูขุมขนกว้างจะทำให้ใบหน้าดูหยาบ ยิ่งผิวดี

และละเอียด เวลาหน้ากระทบกับแสง ก็เสมือนกับทราละเอียดที่สะท้อนแดด

 

2. สีผิวสม่ำเสมอ ไม่หมองคล้ำ

เซลล์สร้างเม็ดสีอยู่ในชั้นล่างสุดของชั้นผิวหนังแท้ ทำหน้าที่สร้างเมลานิน (เม็ดสีของผิว) แล้วส่งออกไปให้แก่เซลล

ผิวหนัง เพื่อปกป้องเซลล์จากรังสีอัลตราไวโอเลต โดยเมลานินที่ผิวหนังมี 2 ชนิด คือ ยูเมลานินและฟิโอเมลานิน ยูเมลานินจะพบได้ในคนเอเชียหรือนิโกร ส่วนฟิโอเมลานินเป็นเม็ดสีในคนฝรั่ง เซลล์เมลาโนไซด์ของคนผิวขาวหรือผิวสีจะมีจำนวนพอๆ กัน แต่แตกต่างกันที่เมลานินในคนผิวขาวจะมีขนาดเล็กและอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่ในคนผิวสีจะมีเมลานินขนาดใหญ่กว่าและอยู่เดี่ยวๆ

กรณีเม็ดสีผิวเข้มขึ้น เราเรียกเมลาโนเจเนลิส (Melanogenesis) กระบวนการเปลี่ยนแปลงเม็ดสีฮีเลมาลิน ซี่งถ้าทำงานมากหรือน้อยเกินไปก็อาจเกิดปัญหาสีผิวแตกต่างได้ เกิดฝ้า กระ รอยหมองคล้ำ รอยด่างขาว หรือขี้แมลงวันในคนสูงอายุ

ไมว่าจะเป็นคนผิวขาวหรือผิวคล้ำก็ดูดีได้ด้วยผิวที่ผ่องใส ไม่หม่นหมอง หรือดูซีดเซียว ไร้เลือดไหลเวียนหล่อเลี้ยง

 

3. ผิวชุ่มชื้น

องค์ประกอบของผิวพรรณ คือ น้ำในชั้นผิวหนังกำพร้าและหนังแท้ ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่นอกสุด ความชุ่มชิ้นเป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกสมดุลของผิว หากผิวมีความสมดุล ปัญหาผิวแห้ง ผิวลอก สิว และริ้วรอย ก็จะน้อยลง

นอกจากนี้หากผิวไม่สมดุล ไม่ชุ่มชื้น และมีปริมาณน้ำในผิวน้อย ร่างกายมีกลไกเพื่อปรับสภาพผิว โดยกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ให้ผลิตน้ำมันออกมาปกคลุมผิวเพื่อลดการสูญเสียน้ำจากการระเหยออกจากผิว เมื่อต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ผลที่ตามมาก็คือผิวหน้าจะมันและหมองคล้ำ