ข่าวสาร

เรื่องน่ารู้ที่คนเป็นสิวต้องเข้าใจ

สิวไม่ใช่เรื่องสิวๆ ที่ใครไม่เคยเป็นไม่มีทางรู้หรอกว่ามันทุกข์ทรมานขนาดไหน งานนี้โรงพยาบาลผิวหนังอโศกจัดสาระน่ารู้เรื่องสิว ที่เหล่าวัยใสต้องห้ามพลาด โดยสิวเป็นโรคผิวหนังที่มักพบในวัยรุ่น (10-19 ปี) พอพ้นช่วงระยะนี้ไป สิวก็จะค่อยๆ เกิดลดลง แต่สำหรับบางกรณีสิวอาจจะขึ้นตลอดจนถึงอายุ 30 กว่าๆ ก็ได้ โดยเฉพาะในผู้หญิง
สาเหตุการเกิดสิว
  1. มีการแบ่งตัวที่รูขุมขนในชั้นผิวหนังมากเกินกว่าปกติ
  2. มีการสร้าง Serum (ไขมัน) มากเกินไป
  3. เกิดกระบวนการอักเสบ
  4. เชื้อ Propionibacterium acnes
ซึ่งทั้ง 4 สาเหตุนี้เกี่ยวเนื่องกับ Hormone และ ระบบคุ้มกันของร่างกาย ส่วนในเรื่องของอาหารนั้น บางการศึกษาเชื่อว่าเกี่ยวเนื่องกับการรับประทานอาหารที่มี Glycemic index ( ดัชนีน้ำตาล ) สูง และ ผลิตภัณฑ์จำพวกนม ซึ่งเชื่อว่าทำให้ฮอร์โมน Androgenกระตุ้นต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
สิวมีลักษณะอย่างไร
มักพบที่บริเวณใบหน้า รองลงมาได้แก่ หลัง , หน้าอก และ ไหล่ โดยมักพบได้หลายระยะ สิวแบ่งเป็น 2 ชนิด
  1. ชนิดที่ไม่มีการอักเสบ
    • Closed comedones มีลักษณะเป็นหัวขาวๆไม่มีรูเปิด บางครั้งต้องดึงผิวเบาๆถึงจะเห็น
    • Open comedones มีลักษณะเป็นหัวดำๆบนผิวหนัง ซึ่งก็คือ เคราตินและไขมันที่อุดตันรูขุมขนอยู่นั่นเอง
  2. ชนิดที่มีการอักเสบ
    พบได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตุ่มนูนแดงๆเล็กๆ, ตุ่มหนองเล็กๆ หรือ ตุ่มหนองใหญ่ๆลึกๆ
เป็นสิวต้องทำใจ เพราะมันมักจะคู่กับแผลเป็นเสมอ โดยทั้งสิวอักเสบและสิวไม่อักเสบก็สามารถทิ้งรอยแผลเป็นได้
เราแบ่งแผลเป็น (scar) จากสิวได้เป็น 4 ชนิด ได้แก่
  1. Ice pick scar : ลักษณะเป็นหลุมคล้ายโดนเกล็ดน้ำแข็งทิ่มลงบนผิวหน้า
  2. Rolling scar : ลักษณะเป็นหลุมตื้นๆเป็นลูกคลื่น
  3. Boxcar scar : ลักษณะคล้ายเป็นหลุมรูปกล่องสี่เหลี่ยม
  4. Hypertrophic scar : ลักษณะเป็นแผลเป็นนูน มักเกิดที่บริเวณลำตัว , หน้าอก , คาง และแนวขากรรไกร
ผลแทรกซ้อนของสิว
หลังจากที่สิวหาย มันมักทิ้งรอยสิวไว้เสมอไม่ว่าจะเป็น รอยแดง หรือ รอยดำ ซึ่งสามารถที่จะคงอยู่เป็นเดือน โดยในบางรายทิ้งรอยแผลเป็นแบบถาวรเลยก็มี นอกจากนี้ คนที่เป็นสิว ก็อาจจะมีปัญหาทางด้านจิตใจได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยรุ่น
แพทย์หญิง มัทยา วังวิทยากุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก