ข่าวสาร

5 วิธี รักษารอยและแผลเป็น

แผลเป็นมีหลายแบบ
 
    • แผลเป็นแบบนูน มีอยู่ 2แบบ คือนูนแต่ไม่เกินขอบเขตของแผลเดิม หรือนูนแบบเกินขอบเขตแผลเดิม ที่เรียกว่า คีลอยด์ (Keloid)
    • แผลเป็นแบบลึกลงไปที่ผิวหนัง เป็นร่องหรือรอยบุ๋ม
    • แผลเป็นที่มีการดึงรั้งบริเวณที่เป็น บางครั้งอาจทำให้อวัยวะนั้นไม่สามารถทำงานได้ปกติ
 
 
การรักษา
 
มีได้หลายวิธีด้วยกัน โดยแพทย์จะเลือกใช้วิธีรักษาเพื่อให้เหมาะสมกับรอยแผลเป็น
 
 
1. ยาทาแก้แผลเป็น
ซึ่งค่อนข้างใช้เวลา มีทั้งแบบสารสกัดธรรมชาติ และแบบยา เช่น กลุ่มสเตียรอยด์ ยาที่ใส่วิตามินอี หรือ วิตามินเอ ร่วมด้วย เป็นต้น
 
2. ฉีดยาสเตียรอยด์
มักใช้สำหรับแผลนูนหรือคีลอยด์ จะทำให้ยุบตัวลง โดยความถี่ขึ้นกับการตอบสนองของยา ครั้งละประมาณ 0.5-1 มล. ส่วนใหญ่ฉีดเดือนละครั้ง จนกว่าแผลจะมีขนาดที่พอใจหรือแบนราบ
 
3. แผ่นซิลิโคนเจลปิด โดยปิดบนแผลเป็น
ช่วยในแผลเป็นที่เป็นใหม่ๆ แนะนำให้ปิดตลอด และใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งช่วยลดการขยายตัวของแผล ลดการอักเสบ
 
4. ผ่าตัด
เป็นการเอาออกหรือลดขนาด มีหลายวิธีขึ้นกับรูปแบบของแผลเป็น ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม
 
5. วิธีอื่นๆ เช่น ใช้เลเซอร์ การขัดกรอผิว
ใช้กับแผลเป็นที่มีรอยขรุขระ รอยบุ๋ม และแผลเป็นตื้นๆ เช่นแแผลเป็นสิว หรือการฉีดสารสังเคราะห์ เช่น คอลลาเจน และกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid :HA) เข้าไปในรอยบุ๋ม เพื่อให้ผิวหนังเต็มขึ้นชั่วคราว แต่ก็ต้องคอยเติมเรื่อยๆ
 
 
อย่างไรก็ตามการป้องกันแผลเป็นที่ดีที่สุด คือใส่ใจรักษาแผลให้ดีตั้งแต่เนิ่นๆ ที่สำคัญคือห้ามบีบ แคะ แกะ เกาแผล ซึ่งจะทำให้โอกาสเกิดแผลมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ การรักษาแผลเป็น ต้องใช้เวลา อดทน ทั้งนี้ขึ้นกับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล