ข่าวสาร

อาการคันในร่มผ้า โรคผิวหนังที่ควรปรึกษาแพทย์

อาการคัน เป็นสิ่งที่น่ารำคาญ โดยเฉพาะอาการคันในร่มผ้า กลุ่มเสี่ยงของผู้ที่จะมีอาการคันในร่มผ้านั้น มักเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองร้อนอย่างบ้านเรา ผู้ที่ไม่ทำความสะอาดร่างกายอย่างเพียงพอ ผู้ที่มีเหงื่อออกเยอะหรือต้องทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกตลอดเวลา เช่น นักกีฬา วิศวกรที่ออกสนาม และที่พบอาการของโรคมากที่สุดคือ ผู้ที่มีน้ำหนักมาก ๆ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน
 
คนที่ได้รับยากดภูมิต้านทานเป็นเวลานานจะทำให้ติดเชื้อง่าย เพราะภูมิต้านทานของร่างกายจะลดลง ทำให้เกิดอาการคันในร่มผ้าแทรกซ้อนได้เช่นกัน นอกจากนี้ คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ และสถานที่ร่วมกับคนหมู่มาก เช่น อาบน้ำ – ว่ายน้ำร่วมกัน ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ แม้ว่าจะใช้ถุงยางอนามัย แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อราบริเวณหัวหน่าว หรือขาหนีบได้ ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน
ประเภทของโรคคันในร่มผ้า สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ 
 
 
1.กลุ่มที่ไม่มีเชื้อ
เรียกว่า ผื่นภูมิแพ้ระคายเคือง เกิดจากการเสียดสี เช่น คนที่มีน้ำหนักมาก คนที่ชอบใส่เสื้อผ้าคับ เนื้อผ้าหยาบกระด้าง หรือในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งจะมีอาการคันง่าย เมื่อเกาก็จะเกิดแผลถลอก และกลายเป็นผื่นคันเรื้อรัง
 
2.กลุ่มติดเชื้อ
เชื้อรา กลาก เกลื้อน มีผื่นเป็นวงแดง ๆ ขยายขนาดของวงไปเรื่อย ๆ หรือโบราณเรียก “สังคัง” เป็นตรงบริเวณขาหนีบ มักติดจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เกิดจากการอับชื้น ใช้กางเกงในที่ไม่สะอาดหรือไม่เปลี่ยนกางเกงใน ติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์ ติดจากสัตว์ที่มีเชื้อ และดินที่มีเชื้อ รักษาโดยการทำความสะอาดร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค เมื่อไปพบแพทย์จะได้รับทั้งยากินและยาทามาใช้
 
 
เชื้อรา ชนิด Candida อาการจะเป็นวงแดง เรียก Satellite Lesion แต่แดงกว่ากลาก เกลื้อน สาเหตุเกิดจากการใช้ของร่วมกันเช่นกัน แต่มักเจอในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำหรือได้รับยากดภุมิต้านทานนาน ๆ เพศสัมพันธ์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง รักษาโดยการใช้ยาบางตัวใช้ร่วมกับกลุ่มแรกได้ แต่ยาบางตัวก็ใช้ไม่ได้ จึงไม่ควรซื้อยามาใช้เอง แนะนำให้พบแพทย์จะดีกว่า โดยแพทย์จะขูดผิวหนังไปตรวจ แล้วให้ยาตามชนิดของเชื้อราที่ได้รับ
 
การติดเชื้อแบคทีเรีย Erythrasma มีผื่นแดง ๆ คล้ำ ๆ ตามขาหนีบ มีอาการแสบคัน มีสาเหตุมาจากความอ้วน ความสกปรก เพศสัมพันธ์ การใช้ของร่วมกัน และได้รับยากดภูมิต้านทานเป็นเวลานาน ๆ ต้องรักษาโดยการใช้ยาฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ
 
นอกจากนี้ ยังมีการติดเชื้อที่วินิจฉัยยากและเจอน้อย ซึ่งอาจต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจในแล็บ เช่น โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคผื่นดอกกุหลาบ (Pityriasis) และโรคความผิดปกติของผิวหนังกำพร้า เช่น Hailey-Hailey Disease การรักษาต้องไปพบแพทย์เท่านั้น
 
การดูแลตัวเองไม่ให้มีความเสี่ยงจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด แต่หากเป็นขึ้นมาแล้วก็ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อการรักษาที่ตรงจุด
 
 
 
บทความโดย นายแพทย์ประยูร เจนตระกูลโรจน์