ข่าวสาร

รู้จัก ยาทารักษาสิว

หลักการรักษาสิว คือรีบรักษาให้หายโดยเร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อให้เกิดผลข้างเคียงและผลกระทบน้อยที่สุด วิธีรักษามียาทา ยาทาน และด้วยหัตถการอื่นๆ แต่สิ่งที่สำคัญคือการป้องกัน โดยควรใส่ใจในเรื่องผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวร่วมด้วย
 
ซึ่งในหัวข้อนี้จะมาพูดถึงเรื่องของการรักษาสิวโดยการใช้ยาทา
 
 
1. Sulfur / Sodium Sulfacetamide / Resorcinol
ยากลุ่มนี้จะใช้ผสมกัน เพื่อทำงานออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และในส่วนของ Sulfur จะยับยั้งการสร้างกรดไขมันอิสระ
 
2. Salycylic Acid (0.5-2%)
ใช้ละลายสิวอุดตันได้ แต่น้อยกว่า Retinol นอกจากนี้ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้า แต่ข้อควรระวังคือ อาจเกิดการระคายเคืองผิวได้
 
3. Azelaic Acid (20% แบบครีม หรือ 15% แบบเจล)
ยานี้จะช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ละลายสิวอุดตัน ลดรอยดำ และการอักเสบของสิว ซึ่งใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์ แต่อาจมีอาการคันยิบๆ และแสบบริเวณที่ทาได้
 
4. Benzoyl Peroxide
สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มีผลข้างเคียงคือผิวแห้ง และระคายเคือง ยังไม่พบการดื้อยา
 
5. ยาทาปฏิชีวนะ
ที่นิยมคือ Erythromycin และ Clindamycin โดยใช้เดี่ยวหรือผสมกับ Benzoyl Peroxide เพื่อลดโอกาสเชื้อดื้อยา ยาอีกชนิดคือ Dapsone ที่ใช้รักษาสิว โดยทาวันละ 2 ครั้ง ลดอาการอักเสบ สามารถใช้ในผู้ป่วย G6PD ได้ (แตกต่างจาก Dapsone ในรูปแบบรับประทาน) แต่ไม่ควรใช้ร่วมกับ Benzoyl Peroxide เพราะจะทิ้งรอยสีส้มบนผิวได้
 
6. Retinoid
มีคุณสมบัติละลายสิวอุดตัน และยับยั้งการอักเสบ มีหลายสูตรมาก แต่ควรหลีกเลี่ยงสูตรที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะว่าจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่ายขึ้น ช่วงที่เริ่มใช้ยาสัปดาห์แรกๆ ควรทายาคืนเว้นคืนก่อน เพื่อให้ผิวปรับตัว และหลีกเลี่ยงการโดนแดดในช่วงระหว่างการใช้ยา เพราะยาทำให้ชั้นผิวบางลง ดังนั้นควรทา Retinoid ในช่วงก่อนนอน (กลางคืน)