ข่าวสาร

ดูแลลูกๆอย่างไรในช่วงหน้าฝน

 
ช่วงหน้าฝนอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็ฝนตก เด็กๆหลายคนป่วยไม่สบายติดมาจากเพื่อนๆที่โรงเรียน โดยเฉพาะช่วงเย็นๆที่ฝนตกโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยและลืมหยิบร่มมาด้วย ข้อควรรู้และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพในช่วงหน้าฝน
 
ช่วงที่ฝนตก ความชื้นเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค: ฝนตกช่วยให้พืชผลงอกงาม ลดปัญหาเรื่องภัยแล้ง ทำให้มีน้ำในเขื่อนสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ความชื้นที่เพิ่มขึ้น และเสื้อผ้าที่ชื้นแฉะหลังจากถูกละอองฝนจะทำให้เราป่วยไม่สบายได้ง่าย มีงานวิจัยสนับสนุนว่า ช่วงฝนตกการที่อุณหภูมิร่างกายต่ำ ความชื้นที่เหมาะกับการเจริญของเชื้อโรค ทำให้อุบัติการณ์ของการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ สูงขึ้น หลังตากฝนเมื่อถึงบ้านควรรีบอาบน้ำ สระผม ถอดชุดที่เปียกออก รวมถึงถุงเท้าและชุดชั้นใน รีบอาบน้ำ สระผม หลังสระผมแนะนำให้เป่าผมให้แห้ง
 
น้ำท่วมขัง ต้องระวังโรคฉี่หนู : เชื้อโรคบางชนิดสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผล จากการย่ำน้ำ เช่น โรคฉี่หนู เด็กๆอาจได้รับเชื้อจากการสัมผัสเชื้อโดยตรง ปนเปื้อนไปกับอาหารและน้ำ โรคฉี่หนูจะมีอาการไข้ ปวดเมื่อยตัว ปวดกล้ามเนื้อ ตาแดง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ตัวเหลือง ตาเหลือง ไตวาย หากจำเป็นเดินลุยน้ำหรือย่ำดินโคลนที่ชื้นแฉะ เช่น ช่วงกลับจากโรงเรียน ไม่ควรเดินเท้าเปล่า หลังย่ำน้ำควรทำความสะอาดเท้าด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
 
น้ำฝนอาจมีสารปนเปื้อน : บ้านใครมีลูกชอบออกไปเล่นน้ำฝนบ้าง ผู้ที่มีบ้านอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม ควรหลีกเลี่ยงฝนแรกของฤดูกาล เนื่องจากหากตากฝนในช่วงนี้มีโอกาสสูงที่จะได้รับฝุ่นละออง หรือมลพิษจากสิ่งแวดล้อมสูงกว่า โดยเฉพาะจากการบริโภคน้ำฝน สำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ชุมชน มีควันจากโรงงาน จากท่อไอเสีย ก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้จากโรงงาน สารเคมีกำจัดแมลง สารเคมีกำจัดวัชพืช ที่บางครั้งอาจปนเปื้อนกับน้ำฝนที่ตกลงมา หากคุณแม่ให้ลูกๆดื่มน้ำฝนก็ทำได้ แต่ควรเป็นน้ำฝนที่สะอาด ไม่มีละอองฝุ่นผง ไม่มีรส อาจนำน้ำฝนมาต้มจนเดือด 10-20 นาที ช่วยทำลายเชื้อโรคที่ปะปนมากับน้ำ ก่อนบริโภคควรทำความสะอาจภาชนะที่ใช้กักเก็บน้ำฝนเพื่อลดการเกิดโรคติดต่อที่ผ่านทางน้ำ เช่น อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ ตาแดง หาฝาปิดให้มิดชิดเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย สาเหตุของไข้เลือดออก
 
อันตรายจากอุบัติเหตุบนถนน ฝนตก รถติด มองถนนไม่ชัด ทัศนวิสัยไม่ดี: อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ช่วงฝนตก ถนนลื่น ทัศนวิสัยไม่ดี ทำให้เป็นอีกช่วงหนึ่งของปีที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง ช่วงหน้าฝนผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์จึงควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ เตรียมสภาพรถให้พร้อม ตรวจสอบระบบสัญญาณไฟ อุปกรณ์ใบปัดน้ำฝน และสภาพเบรกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรให้ความระมัดระวังทุกครังที่มีการขับขี่ รวมถึงระมัดระวังบริเวณที่ชุมชน ใกล้โรงเรียนที่อาจมีเด็กๆข้ามถนนไปมา
อันตรายจากไฟช๊อต ไฟดูด ฟ้าผ่า : ช่วงฝนตกอาจมีฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หากมีพายุฝน ไม่ควรอยู่กลางแจ้ง บริเวณที่มีน้ำท่วมขังควรสับสวิตช์ไฟให้เรียบร้อย
อันตรายจากสัตว์มีพิษ: หลังฝนตกหากมีน้ำขังตามที่อยู่อาศัย งู ตะขาบ แมงป่อง สัตว์มีพิษอาจหนีน้ำมาหลบในบ้านหรือที่เก็บของ ลังไม้แห้งๆ ไม่ควรให้เด็กๆเดินตามลำพัง เดินในที่มืดยามค่ำคืน รวมถึงพิษจากแมลงก้นกระดกที่อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ และหากไปเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝน หลังฝนตก ในบางพื้นที่ควรเฝ้าระวังแมงกะพรุนไฟ และแมลงกะพรุนกล่องซึ่งมีพิษรุนแรง หากสัมผัสโดนอาจทำให้เด็กๆเสียชีวิตได้
 
เห็ดพิษ : ช่วงหน้าฝน ภูมิอากาศของประเทศไทยเหมาะกับการเจริญเติบโตของต้นไม้หลายๆชนิด รวมถึงเห็ดที่ขึ้นได้เอง เห็ดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เห็ดบางชนิดมีสารพิษ หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการมึนเมาและประสาทหลอน และอาการอาจรุนแรงจนเสียชีวิต เห็ดพิษมักมีสีฉูดฉาด แต่มีเห็ดพิษบางชนิด เช่น เห็ดในตระกูล Amanita ที่มีสีขาวเหมือนเห็ดธรรมดา แนะนำว่า ไม่ควรบริโภคเห็ดที่ไม่รู้จัก หรือไม่ทราบแหล่งที่มา และหากเกิดอาการผิดปกติหลังบริโภคควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
 
นอกจากนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ปรุงสุก สะอาด รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ผักและผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ล้างมือบ่อยๆก่อนและหลังรับประทานอาหาร ไปฉีดวัคซีนตามนัด รวมถึงการฉีดวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี หากไม่สบายควรไปพบแพทย์ และหากเป็นโรคติดต่อควรให้เด็กๆหยุดเรียนจนกว่าจะหายเพื่อลดการแพร่เชื้อ ฝนตก รถติดเป็นของคู่กันสำหรับชาวกรุงเทพฯ การกลั้นปัสสาวะขณะรถติดนานๆ อาจทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ หากต้องเดินทางด้วยรถ ก่อนเดินทางควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ก่อนออกจากบ้านควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันฝนให้พร้อม เช่น ร่ม เสื้อกันฝนให้พร้อม เท่านี้เด็กๆ ก็จะมีสุขภาพดีไปตลอดฤดูฝนแล้วหล่ะค่ะ
 
ขอขอบพระคุณ บทความจากนิตยสารบันทึกคุณแม่ เดือนสิงหาคม 2560 หน้า 30-32
 
บทความโดยแพทย์หญิงฐิตาภรณ์ วรรณประเสริฐ
กุมารแพทย์ ผิวหนังเด็ก