ข่าวสาร

รู้เท่าทันอันตรายจากสารเคมีในแชมพู

       แชมพู เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อชำระล้างน้ำมันและสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ แชมพูมีหลายชนิด หลายประเภท สามารถเลือกใช้ได้ตามสภาพผมของแต่ละคน แต่คุณทราบมั้ยว่าส่วนผสมในแชมพูมีทั้งสารสกัดจากธรรมชาติ100%และมีทั้งชนิดที่เป็นส่วนผสมของสารเคมี โดยสารที่พบส่วนใหญ่คือสารกันเสียที่เป็นสาเหตุของการระคายเคืองผิวได้
 
สารกันเสียที่อยู่ในแชมพู
 
       สารกันเสีย (Preservative) ที่เป็นส่วนผสมที่มีอยู่ในแชมพู มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ได้แก่ แบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์คงสภาพ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นนั้น มีผลทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนังบริเวณที่ใช้ หากเกิดอาการแพ้ อาจลุกลามจนเป็น การอักเสบบริเวณผิวหนังได้ ประเภทของสารกันเสียที่ผู้บริโภคควรระวังมีดังต่อไปนี้นี้
 
1.พาราเบน (Parabens) เป็นสารกันเสียที่นิยมใส่ไว้เป็นส่วนผสมในแชมพูสระผม โดยกระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ใช้พาราเบนได้ในปริมาณที่กำหนด สารกลุ่มพาราเบนที่พบในแชมพู ได้แก่ เมทิล พาราเบน (Methyl paraben), โพรพิลพาราเบน (Propyl paraben), เอทิลพาราเบน (Ethylparaben), บิวทิลพาราเบน (Butylparaben) และไอโซบิวทิลพาราเบน (Isobutylparaben) ซึ่งเมื่อผิวหนังดูดซึมสารพาราเบน อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการภูมิแพ้สัมผัส และด้วยคุณสมบัติของสาร พาราเบนที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) อาจส่งผลกระทบกับระบบสืบพันธุ์และฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน(Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักที่ช่วยกระตุ้นให้แสดงลักษณะความเป็นชาย  ทั้งนี้ยังมีงานวิจัยที่ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดถึงสารพาราเบนว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมในเพศหญิงอีกด้วย 
 
2.ฟอร์มาดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นสารกันเสียที่อยู่ในรูปแบบก๊าซ มีชื่อพ้องว่าฟอร์มาลีน (Formalin) พบได้จากธรรมชาติโดยการเผาไหม้ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ระเหยง่าย เมื่อผิวหนังสัมผัสกับฟอร์มาลีนอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว แต่หากสัมผัสสารในปริมาณมากอาจทำให้เกิดผื่นแดง ปวดแสบปวดร้อน จนถึงผิวหนังไหม้เป็นผื่นอักเสบและติดเชื้อได้
 
3.อิมิดาโซลิตินิล ยูเรีย (Imidazolidinyl urea) เป็นสารกันเสียที่สามารถปล่อยก๊าซฟอร์มาดีไฮด์ได้ เป็นสาเหตุให้เกิดโรค Dermatitis หรือโรคผิวหนังอักเสบ รวมถึงมีอันตรายจนสามารถทำลายเซลล์ผิวได้
 
4.พีน็อกซี่เอทานอล (Phenoxyethanol) พบได้ในแชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำหอม มีคุณสมบัติทำให้กลิ่นหอมคงตัว ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ใช้สาร Phenoxyethanol ในผลิตภัณฑ์ได้ไม่เกิน 1.0 % หากสัมผัสกับผิวในปริมาณที่มากอาจทำให้ผิวแพ้ ระคายเคือง และเกิดผดผื่นได้
 
5.เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน (Methylchloroisothiazolinone) เป็นสารกันเสียที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ เป็นส่วนที่ผสมที่อยู่ในแชมพูที่อาจทำให้ระคายเคืองผิว หากเกิดอาการแพ้จะทำให้เกิดอาการบวมแดงและคัน กระทรวงสาธารณสุขจึงควบคุมให้ใช้ใความเข้มข้นตามที่กำหนดเท่านั้น และอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วล้างออกเท่านั้นด้วย
 
 
การหลีกเลี่ยงสารกันเสียที่อยู่ในแชมพู
 
       ก่อนอื่นผู้บริโภคใช้ควรสังเกตฉลากบนผลิตภัณฑ์เพื่อดูส่วนผสมของสารกันเสียต่างๆที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว หรือหาข้อมูลเบื้องต้นก่อนการตัดสินใจซื้อ การเลือกใช้แชมพูออแกนิก หรือผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น hypoallergenic สำหรับผิวบอบบางเพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ หากพบว่าเป็นภูมิแพ้สัมผัสจากการใช้แชมพูแนะนำให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้วไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง เพื่อวินิจฉัยอาการแพ้จากสารกันเสียในแชมพู โดยแพทย์จะทำการปิดแผ่นทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังชนิดผื่นแพ้สัมผัส (Patch Test) เพื่อหาข้อสรุปว่าผู้ป่วยแพ้สารเคมีชนิดใดในแชมพู แล้วหลีกเลี่ยงไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีชนิดนั้น ก็จะเป็นการช่วยให้ผิวปลอดภัย ห่างไกลจากภูมิแพ้สัมผัส
 
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก 
เบอร์โทรศัพท์ : สาขาอโศก 02-2465111
                    สาขาปิ่นเกล้า 02-4345222