รอยแดงจากสิว

รอยแดงจากสิว

สิว... ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี หรือสิวที่มีอาการอักเสบมากๆ หลังหายแล้วมักทิ้งรอยแผลเป็นไว้เสมอ เนื่องจากปฏิกิริยาการอักเสบของสิวทำให้เกิดการทำลายเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ดังนั้น แม้ว่าไม่ได้แกะหรือบีบสิวก็ตาม สามารถทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้ เมื่อมีสิวควรรีบรักษา เพื่อลดการอักเสบของสิวและลดการเกิดแผลเป็นจากสิวที่จะตามมา แผลเป็นที่เกิดจากสิวที่พบบ่อยมาก คือ ชนิดที่มีการเปลี่ยนแปลงของสีผิว มีก้อนสีแดงคล้ำๆ ซึ่งจัดเป็นรอยแดงจากสิว

ในกรณีที่เกิดในคนผิวคล้ำ บางครั้งจะมีลักษณะเป็นรอยสีน้ำตาลหรือดำร่วมด้วย (Post-inflammatory Hyperpigmentation) และถ้าเราสังเกตดีๆจะพบว่าในรอยแดงหรือรอยคล้ำเหล่านี้ หลายๆแห่งจะมีลักษณะของหนังที่ยุบตัว ลงซึ่งเป็นลักษณะเริ่มแรกของการเกิด รอยแผลเป็นชนิดบุ๋มตามมาอีก (Atrophic Scar, Pitted Scar) การรักษาสามารถทำได้ โดยการทายาที่มีส่วนผสมของสารที่สามารถทำให้สีจางลง เช่น กรดผลไม้ (AHA, BHA) กรดวิตามิน A (RETINOIC ACID), LICORICE, ARBUTIN, VITAMIN C การทานวิตามิน A, วิตามิน E เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวและเร่งการซ่อมแซมเซล ผิวหนัง

นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีเลเซอร์ทางการแพทย์เพื่อรักษารอยแดงคล้ำจากสิว ลดการเกิดแผลเป็นสิวและลบเลือน รอยแผลเป็นที่มีอยู่แล้ว โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างเป็นธรรมชาตินับเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่พบผลข้างเคียงใดๆ การรักษาใช้เวลาเพียง 15-40 นาทีเท่านั้น หลังการรักษามีเพียงรอยแดงจางๆ เล็กน้อยประมาณ 15-20 นาที ก็จะหายไปเอง สามารถแต่งหน้าและกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ