สะเก็ดเงิน

สะเก็ดเงิน

สะเก็ดเงิน ( Psoriasis )

เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง  ซึ่งไม่ใช่โรคที่เกิดจากการติดเชื้อและไม่ติดต่อ  พบได้ทุกเพศทุกวัย ลักษณะเป็นตุ่ม หรือปื้นสีแดง มีสะเก็ดสีขาวหนาคล้ายเงิน พบประมาณร้อยละ 1-3 ของประชากรทั่วไป สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่ามีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เมื่อเกิดการทำงานผิดปกติของเซลล์บางชนิดในระบบภูมิคุ้มกันร่วมกับสิ่งแวดล้อมบางอย่างกระตุ้นให้เกิดอาการแสดงของโรค เช่น ความเครียด, การแกะเกาหรือเกิดบาดแผลบริเวณผิวหนัง, การติดเชื้อบางชนิด เช่น ไข้หวัด, ยาบางชนิด เช่น Antimalarials, Blockers, Lithium, Nsaids, Acei  นอกจากนี้พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคสะเก็ดเงินชนิดรุนแรงมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึงสองเท่า

ลักษณะของโรค  พบเซลล์ผิวหนังบริเวณรอยโรคมีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ ซึ่งปกติเซลล์ขึ้นบนผิวหนังเจริญเติบโตแทนที่ เซลล์ผิวหนังที่ตาย และหลุดลอกออกในเวลา 4 สัปดาห์ แต่ในผู้ป่วยโรคนี้ใช้เวลาเพียง 3-4 วันเท่านั้น ทำให้พบว่าเซลล์ ผิวหนังจะหนาเป็นปื้น มีสะเก็ดขาวปกคลุม เมื่อดึงให้สะเก็ดหลุดออกจะเห็นเลือดออกเป็นจุดใต้ผิวหนัง รอยโรคพบได้ที่ ผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย แต่ส่วนใหญ่มักพบบริเวณศีรษะ เข่า ศอก ก้นกบ หน้าแข้ง บางรายอาจพบความผิดปกติที่เล็บ               โดยเล็บจะเป็นรอยบุ๋ม มีจุดสีน้ำตาลใต้เล็บ เล็บอาจเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล บางครั้งอาจมีเล็บล่อน หนาขึ้น หรือ มีเลือดออกเป็นสายตามยาวเล็บ  ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจมีข้ออักเสบร่วมด้วย ข้อที่พบมักเป็นข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า ถ้าไม่รักษาให้ถูกต้องข้ออาจถูกทำลายทำให้ข้อผิดรูปได้  เช่น ข้อแข็งงอ ข้อบวมอักเสบ  เป็นต้น

การรักษา สามารถรักษาได้ทั้งยาทากลุ่มสเตียรอยด์, ยาทากลุ่มน้ำมันดิบ (TAR), ยาทากลุ่ม Anthralin, ยาทากลุ่มวิตามินดี 3 (Calciputriol), Tazarotene ซึ่งได้ผลดีมากในกลุ่มที่มีผื่นจำนวนไม่มาก สำหรับผู้ป่วยที่มีผื่นค่อนข้างกระจัดกระจาย หรือ   จำนวนมากกว่า 20 % ของพื้นที่ผิวหนังการรักษาอาจพิจารณาให้ยารับประทานร่วมด้วย ซึ่งยารับประทานที่ได้ผลดีได้แก่ Methotrexate, Acitretin, Cyclosporina, Mycophenolate, Mofetil

ปัจจุบัน Molecular Biology ได้มีการพัฒนายาใหม่ๆ เช่น Alefacept, TNF Alpha Antagonists, Anti-interleukin 12 ซึ่งทำให้ผลการรักษาในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงดีขึ้นมาก  นอกจากนี้ ยังมีการรักษาด้วยแสงอาทิตย์เทียม  (Phototherapy) ได้ทั้ง UVA และ UVBซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีผื่นจำนวนมาก ซึ่งการรักษาวิธีนี้จะต้องทำ 2-3 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ เป็นเวลา 2-3 เดือน นับเป็นการรักษาที่ได้ผลดีมากและผลข้างเคียงน้อยมากโดยอาจมีอาการแดง, คันเล็กน้อยหลังทำการรักษา

การดูแลตนเอง  เนื่องจากสะเก็ดเงินเป็นโรคที่เรื้อรัง อาจกำเริบเป็นๆ หายๆ ได้ ดังนั้นการดูแลตนเองนับเป็นปัจจัยหลักใน การรักษาเช่นกัน โดยควรพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้ผ่องใส ไม่เครียด หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้อาการของโรคกำเริบได้