ขุยดอกกุหลาบ

ขุยดอกกุหลาบ

โรคขุยดอกกุหลาบ (PITYRIASIS ROSEA) เป็นโรคทางผิวหนัง มีลักษณะผิวหนังมีผื่นแดงรูปวงรี และมีขุยที่ขอบด้านในอายุที่พบบ่อยคือ 10-35 ปี สาเหตุมีรายงานว่ามีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย การได้รับวัคซีน ผื่นแพ้ยุงและแมลง แต่พบว่ายาบางชนิด เช่น barbiturate, metronidazole, gold captopril, clonidine และ penicillamine สามารถทำให้เกิดผื่นแบบเดียวกันกับโรคขุยดอกกุหลาบได้

ระยะแรกพบเป็นผื่นเดี่ยวลักษณะกลม รี สีแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-6 ซม. พบบริเวณกลางลำตัว ขอบเขตชัดเจน มี scale เรียงที่ขอบ ผื่นระยะที่สองจะพบเป็นผื่นลักษณะคล้ายเดิม แต่เล็กกว่า ตำแหน่งที่พบได้แก่ บริเวณหน้า ลำตัว และแขน ผื่นรูปกลมรี ผื่นจะเรียงตัวตามแกนยาวไปตามรอยย่นของผิวหนัง แขนขา ทำให้ดูคล้ายรูปร่างของต้นคริสมาส อาการคันเมื่อผื่นเริ่มกระจายมากขึ้น พบได้ร้อยละ 75 ของผู้ป่วย

อาการทั่วไป ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ เบื่ออาหาร มีไข้ ปวดข้อ ต่อมน้ำเหลืองโตซึ่งอาการเหล่านี้พบได้น้อย

การดูแลรักษา โรคนี้ไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ ถ้ามีอาการคันร่วมด้วย การใช้ยาจะทำให้อาการคันทุเลาลง ถ้าอาการน้อยอาจไม่ต้องใช้ยา ถ้ามีอาการคันมาก ใช้ยา corticosteroid ,calamine lotion และรับประทาน ยาเพื่อบรรเทาอาการคัน การให้ผู้ป่วยตากแดดและให้การรักษาโดยการฉายแสงอาทิตย์เทียมช่วย ให้ผื่นหายเร็วขึ้น ส่วนบริเวณที่ผิวหนังลอก การใช้ยาทำให้ผิวนุ่ม (emollient) จะทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น สามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด โรคนี้สามารถหายได้ หายแล้วไม่มีรอยแผลเป็น โดยตอนหายจะเหลือรอยขาวๆ ก่อนต่อมาผิวหนังจะกลับเป็นปกติส่วนมากผื่นหายในระยะเวลา 4-8 สัปดาห์ แต่พบว่าบางรายเป็นนานถึง 3-4 เดือน โอกาสเป็นซ้ำพบน้อย เพียงร้อยละ 3 โรคนี้ไม่ติดต่อ แต่ถ้ามีผื่นสงสัยว่าจะเป็นโรคขุยดอกกุหลาบ ควรไปพบ แพทย์